เราเปรียบเทียบโทรศัพท์สองรุ่นยอดนิยมนี้เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่ารุ่นไหนเหมาะกับความต้องการและงบประมาณของคุณมากกว่า
Metric | Xiaomi Redmi Note 11 Pro+ | Motorola Moto G40 Fusion |
---|---|---|
การเชื่อมต่อ | #36 ผู้ชนะ | #713 |
ออกแบบ | #713 | #392 ผู้ชนะ |
แสดง | #202 ผู้ชนะ | #499 |
ผลงาน | #421 ผู้ชนะ | #710 |
แบตเตอรี่ | #515 ผู้ชนะ | #676 |
กล้อง | #124 ผู้ชนะ | #429 |
item_phones_categoryId | #1 เสมอ | #1 เสมอ |
หมายเหตุ: หมายเลขอันดับที่ต่ำกว่าหมายถึงตำแหน่งที่ดีกว่าในหมวดหมู่
หมายเหตุ: สเปคที่ไฮไลท์แสดงความแตกต่างระหว่างอุปกรณ์ทั้งสอง
ไม่มีข้อเสียเฉพาะที่ระบุสำหรับอุปกรณ์นี้
เรดมี่ โน้ต 11 โปร+ เป็นโทรศัพท์มิดเอร์เจนที่พกสองแบบอย่างมีเดตไทค์กับอินเทอร์เน็ต 4G และ 5G แม้ว่าจะมีความแตกต่างกันในด้านชิปเซ็ตรองรับ แต่ส่วนใหญ่ก็จะมีลักษณะเดียวกันและไม่แตกต่างกันเล็กน้อย รูปแบบของโทรศัพท์นี้ได้ใช้รูปทรงแก้วที่เป็นแพลตติคส์ ที่มีสีตะวันและด้านหลังที่มีความบางเฉียบ ซึ่งมีความมีเอกลักษณ์และไม่ซับซ้อนมากนัก การป้องกันน้ำฝน IP53 เป็นส่วนเสริมที่ใช้มาจากปีที่แล้ว โทรศัพท์มีขนาด 6.67 นิ้ว โดยเป็นหน้าจอ AMOLED ที่มีความละเอียด 1080p, ความแข็งแรงของกระจก Gorilla Glass 5 และการเรนโชมด์ (refresh rate) สูงถึง 120 เธอร์/วินาที กล้องหลักของโทรศัพท์นี้มีความสามารถ 108MP, กล้องอัลตร้าไวด์มีความละเอียด 8MP กล้องแมคโครมีความละเอียด 2MP และกล้องล่าง มีความสามารถในการถ่ายภาพในระดับที่เหมาะสมสำหรับชั้นของมัน แต่ไม่มี HDR10 ที่จะให้ความแตกต่างที่จะทำให้ได้สีสันที่ดีและความสามารถในการบันทึกวิดีโอ 4K ที่ใช้ก่อนหน้านี้ ในเรื่องความสามารถในการทำงานของโทรศัพท์นี้ มีเดตไทค์เป็น Helio G96 ซึ่งเป็นน้อยกว่าความแรงจากอินเทอร์เน็ต 5G ทำให้แบตเตอรี่สั้นลงอย่างมาก โดยมีความสามารถการทำงานได้ 100 ชั่วโมง เทียบกับโทรศัพท์อินเทอร์เน็ต 5G ที่มี 150 ชั่วโมง กล้องของโทรศัพท์นี้สามารถถ่ายภาพได้ดี โดยเฉพาะเมื่อมีส่องแสงน้อย และรูปแบบโฉบเฉย (portrait mode) แต่กล้องอัลตร้าไวด์จะทำให้ไม่สามารถตัดพ้อและความขมุกคายได้ การถ่ายเซลฟี่จากกล้องหน้ามีความละเอียด 16MP จึงสามารถถ่ายได้ดีแต่ไม่มีความชัดเจนมากนัก แต่โทรศัพท์นี้อาจเป็นโอกาสที่จะให้ผลดีที่ไม่น่าพึงปรารถนา ซึ่งไม่สามารถแข่งขันกับโทรศัพท์อื่นได้
กระบวนการเปลี่ยนชิ้นส่วนของ Motorola Moto G40 Fusion เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนซึ่งต้องใช้ความแม่นยำและอดทน เพื่อเริ่มต้น ขั้นแรกจะต้องถอดรูป SIM card จากนั้นก็จะใช้เครื่องมือพลาสติกในการดึงออกหลังของโทรศัพท์ เมื่อชิ้นส่วนหลังนี้ลื่นออกเล็กน้อย การประปีความร้อนจะช่วยให้ชิ้นส่วนที่เกิดจากทาแว็กซ์ละลาย ทำให้มีความง่ายในการถอดสแกนรอยมือและดึงออก หลังจากนั้นก็จะเห็นชิ้นส่วนต่างๆ ที่ยังไม่ถอด รวมไปถึงไฟ LED, เลนส์กล้อง, แบตเตอรี่, และอื่นๆ กระบวนการนี้เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและเกี่ยวข้องกัน ซึ่งต้องการให้ผู้ทำการเปลี่ยนชิ้นส่วนมีความระมัดระวังในการดำเนินการแต่ละขั้นตอน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย
อ่านรีวิวรายละเอียดของเราเพื่อเข้าใจว่าอุปกรณ์ไหนดีกว่าสำหรับความต้องการเฉพาะและงบประมาณของคุณ
สำรวจการเปรียบเทียบระหว่าง โทรศัพท์ อื่นๆ ใดก็ได้
เลือกรายการที่แตกต่างกันสองรายการเพื่อดูการเปรียบเทียบรายละเอียดของสเปค ประสิทธิภาพ และคุณสมบัติ